[BT] Wish

posted on 31 Dec 2010 21:23 by zezezezeph  in fic

*เอนทรี่ย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ... 

 

 

 

Wish

 

 

เซฟเฟอร์ มีรอฟฟ์ห่อตัวอยู่ในเสื้อกันหนาวสีกรมท่าตัวเก่ง 

                เขาอยู่ในจัตุรัสซานวีเน่ของเมืองบลอดเวน ทิ้งตัวนั่งอยู่ข้างน้ำพุ หย่อนสองเท้าในบูทสีน้ำตาลลงมาสัมผัสกับหิมะสีขาวสะอาดที่เหลือร่องรอยของการมาเยือนอยู่ตามพื้นเมือง ปล่อยให้น้ำเย็นเฉียบกระฉอกมาโดนแผ่นหลังเป็นระยะอย่างไม่ยี่หระ

                ขณะนี้เป็นช่วงเดือนธันวาคม อากาศกำลังเย็นสบายจนกระทั่งบางครั้งก็ยังค่อนไปทางหนาวจนเกินไปทำให้เซฟเฟอร์ต้องหยิบเอาชุดเสื้อกันหนาวออกมาใส่ ทั้งที่เขาเองก็เป็นคนที่ค่อนข้างจะชอบและทนอากาศหนาวอยู่แล้ว

                เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจอุ่น มันสัมผัสกับอากาศเย็นเบื้องนอก และก่อตัวเป็นไอสีขาวชัดเจน

                เบื้องหน้าของเขามีต้นสนต้นใหญ่ตั้งตระหง่าน มันถูกตกแต่งด้วยเครื่องประดับหลากชนิด ทั้งลูกบอลหลากสี ริบบิ้นสดใส หรือแม้กระทั่งตัวตุ๊กตาจิ๋วรูปนางฟ้าน้อยๆ

                ใกล้ถึงเทศกาลคริสต์มาสแล้ว

                จริงอยู่ว่าเซฟเฟอร์เป็นศาสนิกชน ทว่าเขาก็ไม่ได้เคร่งครัดต่อศาสนาของตนสักเท่าไรนัก วันคริสต์มาสในปีที่ผ่านๆ มาก่อนย้ายมายังบลอดเวน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรที่พิเศษมากไปกว่าการเขียนการ์ดส่งให้อาจารย์และนอนเล่นอยู่ในห้องของตนเองเพียงลำพัง

                แต่ปีนี้ ที่นี่กำลังจะจัดงานคริสต์มาสในโรงแรมบลอดเวน มีการเชิญชวนให้ชาวเมืองเข้ามาร่วมกิจกรรมในวันอันศักดิ์สิทธิ์ร่วมกัน

                และเซฟเฟอร์กำลังคิดหนักว่าเขาจะมาเข้าร่วมดีหรือไม่

                เด็กหนุ่มไม่ได้รู้จักมักจี่กับใครเป็นพิเศษนัก วันหนึ่งของเขาตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาหมดไปกับการตื่นนอนแต่เช้า ทำงานที่ตลาด เรียน วาดรูป เขียนจดหมาย และนอนเล่นเรื่อยเปื่อยเป็นวงจรแบบนี้ตลอดสัปดาห์ การไปร่วมงานเต้นรำในห้องบอลรูมที่จะต้องพบปะสังสรรค์กับผู้คนมากมายจึงเป็นเรื่องที่เขาคิดหนักใช่ย่อยอยู่เสียหน่อย

                ...อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรนักหรอก เขาไม่ได้เกลียดคนเยอะๆ สักหน่อย

                เซฟเฟอร์ถอนหายใจ

                เขามองไปที่ต้นคริสต์มาส หรี่ตามองจนนัยน์ตาเล็กยิบหยี เขาไม่รู้หรอกว่าของที่แขวนอยู่บนต้นทั้งหมดมีอะไรบ้าง และยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่ว่าเหล่าคำขอของขวัญวันคริสต์มาสที่ชาวเมืองคนอื่นนำมาผูกเอาไว้นั้นกระจัดกระจายอยู่ตามส่วนไหนของต้นบ้าง

                ใช่แล้ว คำขอ...

                หนึ่งในกิจกรรมของวันคริสต์มาสที่เมืองนี้ก็คือกิจกรรมแลกของขวัญ โดยนำคำขอของตัวเองมาผูกไว้ที่ต้นคริสต์มาสในจัตุรัสซานวีเน่ และนำของขวัญไปให้กับผู้ที่ตัวเองสอยคำขอไปได้ในวันงานคริสต์มาส

                เซฟเฟอร์ มีรอฟฟ์ยังตัดสินใจเรื่องคำขอของตัวเองไม่ได้

                เขาไม่มีสิ่งที่อยากได้เป็นพิเศษ เครื่องใช้ในการดำรงชีวิตก็มีพอกับการใช้ อุปกรณ์ศิลปะก็ยังมีครบพร้อมดี นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้แล้ว เขาก็ไม่คิดว่าเขามีอะไรที่อยากได้อีก

                ลมหนาวพัดผ่านมาอีกระลอก

                เด็กหนุ่มกระชับผ้าพันคอขึ้นมาปิดปากของตัวเอง แก้วตาสีฟ้าอ่อนมองไปรอบๆ ถึงอากาศจะเย็นแต่บรรยากาศในเมืองก็ยังคงอบอุ่น เพียงแค่มองคนรอบตัวที่สื่อสารพูดคุยกันก็รู้สึกได้ถึงความเป็นมิตรแล้ว นั่นเป็นจุดที่ทำให้เขาชอบเมืองนี้มากเป็นพิเศษ

                เพียงแต่ว่า

                บางครั้ง

                เซฟเฟอร์เองก็รู้สึกเหงาอยู่เหมือนกัน

                ถึงปกติเขาจะดูเป็นคนไม่สนใจอะไร แต่จริงๆ แล้วก็มีหลายช่วงเหมือนกันที่เซฟเฟอร์นึกเหงาและคิดถึงอาจารย์กับบ้านที่อังกฤษขึ้นมา เมื่อถึงเวลานั้น เด็กหนุ่มมักจะหยิบกระดาษขึ้นมาขีดเขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ ใส่กระดาษและส่งจดหมายให้อาจารย์ด้วยถ้อยคำที่ราวกับว่าไม่ได้รู้สึกเหงาอะไร

                แต่เขาว่าอาจารย์ก็คงจะรู้ความจริง

                อันที่จริงเขาไม่ได้เหงาบ่อยนัก มีแค่ทุกช่วงเวลานี้ของปีที่เขาจะรู้สึกเหงามากเป็นพิเศษ บางทีอาจเป็นเพราะความหนาวล่ะกระมังที่ทำให้คนเรายิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวได้ง่ายยิ่งขึ้น

                เซฟเฟอร์กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ ก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสเบาๆ ที่ปลายเท้า เขาก้มลงไปมอง พบเจ้าเหมียวขนสีดำแซมขาวถูไถศีรษะของมันเข้ากับขาของเขา

                หนึ่งคนกับหนึ่งตัวสบตากัน

                จากนั้นเซฟเฟอร์จึงก้มลงไปอุ้มเจ้าเหมียวขึ้นมาไว้บนตัก พร้อมๆ กันกับที่มันส่งเสียงเหมียวๆ ราวกับจะออดอ้อน เห็นเช่นนั้นเด็กหนุ่มจึงคลี่ยิ้มบาง เอาหน้าซุกลงไปกับขนนุ่มและปล่อยให้มันเลียหน้าเขาตามใจชอบ

                “ขี้อ้อนจังเลยนะ แกเนี่ย...”

                เซฟเฟอร์สนิทกับหมาแมวได้รวดเร็ว เวลาที่เขาออกมาเดินเล่นนอกที่พักส่วนใหญ่จึงมักหมดไปกับการเล่นกับบรรดาสัตว์เหล่านี้ จนบางครั้งเด็กหนุ่มก็นึกอยากเลี้ยงพวกมันเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนกัน

                แต่เขาก็เป็นเพียงนักศึกษาศิลปะที่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพไปวันๆ และอาศัยเงินจากอาจารย์ในการกินอยู่ เขายังไม่พร้อมจะรับผิดชอบสิ่งมีชีวิตอื่นเพิ่มขึ้นหรอก

                ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

                “ถ้าฉันเลี้ยงแกได้ก็คงจะไม่เหงาสินะ... อ๊ะ”

                เซฟเฟอร์รีบส่ายหัว สะบัดความคิดฟุ้งซ่านเมื่อครู่ออกไป ความเหงานี่มันก็แค่อารมณ์ชั่วครู่ เขาจะเอาอารมณ์ชั่ววูบมาตัดสินใจแบกรับชีวิตสัตว์ง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง

                เด็กหนุ่มจ้องไปที่ดวงตาสีไพลินสดใสของเจ้าเหมียวในอ้อมแขน

                ก่อนจะเบือนกลับไปที่ต้นคริสต์มาสเบื้องหน้า

 

 

                เขาวางเจ้าแมวดำลงกับพื้น

                ก่อนจะหยิบเอาแผ่นกระดาษออกมาจากกระเป๋าและเริ่มต้นเขียนคำขอ

 

 

---------------------------------------------------------


แว้บมาสั้นๆ ฮะ ;w;
ประมาณว่า เป็นเรื่องเพ้อๆ ก่อนวันคริสต์มาส
แล้วอาจจะมาอัพสรุปวันคริสต์มาสสั้นๆ ต่อเอนทรี่ย์หน้าฮะ