*เอนทรี่ย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ...

Wish
เซฟเฟอร์ มีรอฟฟ์ห่อตัวอยู่ในเสื้อกันหนาวสีกรมท่าตัวเก่ง
เขาอยู่ในจัตุรัสซานวีเน่ของเมืองบลอดเวน ทิ้งตัวนั่งอยู่ข้างน้ำพุ หย่อนสองเท้าในบูทสีน้ำตาลลงมาสัมผัสกับหิมะสีขาวสะอาดที่เหลือร่องรอยของการมาเยือนอยู่ตามพื้นเมือง ปล่อยให้น้ำเย็นเฉียบกระฉอกมาโดนแผ่นหลังเป็นระยะอย่างไม่ยี่หระ
ขณะนี้เป็นช่วงเดือนธันวาคม อากาศกำลังเย็นสบายจนกระทั่งบางครั้งก็ยังค่อนไปทางหนาวจนเกินไปทำให้เซฟเฟอร์ต้องหยิบเอาชุดเสื้อกันหนาวออกมาใส่ ทั้งที่เขาเองก็เป็นคนที่ค่อนข้างจะชอบและทนอากาศหนาวอยู่แล้ว
เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจอุ่น มันสัมผัสกับอากาศเย็นเบื้องนอก และก่อตัวเป็นไอสีขาวชัดเจน
เบื้องหน้าของเขามีต้นสนต้นใหญ่ตั้งตระหง่าน มันถูกตกแต่งด้วยเครื่องประดับหลากชนิด ทั้งลูกบอลหลากสี ริบบิ้นสดใส หรือแม้กระทั่งตัวตุ๊กตาจิ๋วรูปนางฟ้าน้อยๆ
ใกล้ถึงเทศกาลคริสต์มาสแล้ว
จริงอยู่ว่าเซฟเฟอร์เป็นศาสนิกชน ทว่าเขาก็ไม่ได้เคร่งครัดต่อศาสนาของตนสักเท่าไรนัก วันคริสต์มาสในปีที่ผ่านๆ มาก่อนย้ายมายังบลอดเวน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรที่พิเศษมากไปกว่าการเขียนการ์ดส่งให้อาจารย์และนอนเล่นอยู่ในห้องของตนเองเพียงลำพัง
แต่ปีนี้ ที่นี่กำลังจะจัดงานคริสต์มาสในโรงแรมบลอดเวน มีการเชิญชวนให้ชาวเมืองเข้ามาร่วมกิจกรรมในวันอันศักดิ์สิทธิ์ร่วมกัน
และเซฟเฟอร์กำลังคิดหนักว่าเขาจะมาเข้าร่วมดีหรือไม่
เด็กหนุ่มไม่ได้รู้จักมักจี่กับใครเป็นพิเศษนัก วันหนึ่งของเขาตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาหมดไปกับการตื่นนอนแต่เช้า ทำงานที่ตลาด เรียน วาดรูป เขียนจดหมาย และนอนเล่นเรื่อยเปื่อยเป็นวงจรแบบนี้ตลอดสัปดาห์ การไปร่วมงานเต้นรำในห้องบอลรูมที่จะต้องพบปะสังสรรค์กับผู้คนมากมายจึงเป็นเรื่องที่เขาคิดหนักใช่ย่อยอยู่เสียหน่อย
...อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรนักหรอก เขาไม่ได้เกลียดคนเยอะๆ สักหน่อย
เซฟเฟอร์ถอนหายใจ
เขามองไปที่ต้นคริสต์มาส หรี่ตามองจนนัยน์ตาเล็กยิบหยี เขาไม่รู้หรอกว่าของที่แขวนอยู่บนต้นทั้งหมดมีอะไรบ้าง และยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่ว่าเหล่าคำขอของขวัญวันคริสต์มาสที่ชาวเมืองคนอื่นนำมาผูกเอาไว้นั้นกระจัดกระจายอยู่ตามส่วนไหนของต้นบ้าง
ใช่แล้ว คำขอ...
หนึ่งในกิจกรรมของวันคริสต์มาสที่เมืองนี้ก็คือกิจกรรมแลกของขวัญ โดยนำคำขอของตัวเองมาผูกไว้ที่ต้นคริสต์มาสในจัตุรัสซานวีเน่ และนำของขวัญไปให้กับผู้ที่ตัวเองสอยคำขอไปได้ในวันงานคริสต์มาส
เซฟเฟอร์ มีรอฟฟ์ยังตัดสินใจเรื่องคำขอของตัวเองไม่ได้
เขาไม่มีสิ่งที่อยากได้เป็นพิเศษ เครื่องใช้ในการดำรงชีวิตก็มีพอกับการใช้ อุปกรณ์ศิลปะก็ยังมีครบพร้อมดี นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้แล้ว เขาก็ไม่คิดว่าเขามีอะไรที่อยากได้อีก
ลมหนาวพัดผ่านมาอีกระลอก
เด็กหนุ่มกระชับผ้าพันคอขึ้นมาปิดปากของตัวเอง แก้วตาสีฟ้าอ่อนมองไปรอบๆ ถึงอากาศจะเย็นแต่บรรยากาศในเมืองก็ยังคงอบอุ่น เพียงแค่มองคนรอบตัวที่สื่อสารพูดคุยกันก็รู้สึกได้ถึงความเป็นมิตรแล้ว นั่นเป็นจุดที่ทำให้เขาชอบเมืองนี้มากเป็นพิเศษ
เพียงแต่ว่า
บางครั้ง
เซฟเฟอร์เองก็รู้สึกเหงาอยู่เหมือนกัน
ถึงปกติเขาจะดูเป็นคนไม่สนใจอะไร แต่จริงๆ แล้วก็มีหลายช่วงเหมือนกันที่เซฟเฟอร์นึกเหงาและคิดถึงอาจารย์กับบ้านที่อังกฤษขึ้นมา เมื่อถึงเวลานั้น เด็กหนุ่มมักจะหยิบกระดาษขึ้นมาขีดเขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ ใส่กระดาษและส่งจดหมายให้อาจารย์ด้วยถ้อยคำที่ราวกับว่าไม่ได้รู้สึกเหงาอะไร
แต่เขาว่าอาจารย์ก็คงจะรู้ความจริง
อันที่จริงเขาไม่ได้เหงาบ่อยนัก มีแค่ทุกช่วงเวลานี้ของปีที่เขาจะรู้สึกเหงามากเป็นพิเศษ บางทีอาจเป็นเพราะความหนาวล่ะกระมังที่ทำให้คนเรายิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวได้ง่ายยิ่งขึ้น
เซฟเฟอร์กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ ก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสเบาๆ ที่ปลายเท้า เขาก้มลงไปมอง พบเจ้าเหมียวขนสีดำแซมขาวถูไถศีรษะของมันเข้ากับขาของเขา
หนึ่งคนกับหนึ่งตัวสบตากัน
จากนั้นเซฟเฟอร์จึงก้มลงไปอุ้มเจ้าเหมียวขึ้นมาไว้บนตัก พร้อมๆ กันกับที่มันส่งเสียงเหมียวๆ ราวกับจะออดอ้อน เห็นเช่นนั้นเด็กหนุ่มจึงคลี่ยิ้มบาง เอาหน้าซุกลงไปกับขนนุ่มและปล่อยให้มันเลียหน้าเขาตามใจชอบ
“ขี้อ้อนจังเลยนะ แกเนี่ย...”
เซฟเฟอร์สนิทกับหมาแมวได้รวดเร็ว เวลาที่เขาออกมาเดินเล่นนอกที่พักส่วนใหญ่จึงมักหมดไปกับการเล่นกับบรรดาสัตว์เหล่านี้ จนบางครั้งเด็กหนุ่มก็นึกอยากเลี้ยงพวกมันเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนกัน
แต่เขาก็เป็นเพียงนักศึกษาศิลปะที่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพไปวันๆ และอาศัยเงินจากอาจารย์ในการกินอยู่ เขายังไม่พร้อมจะรับผิดชอบสิ่งมีชีวิตอื่นเพิ่มขึ้นหรอก
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ
“ถ้าฉันเลี้ยงแกได้ก็คงจะไม่เหงาสินะ... อ๊ะ”
เซฟเฟอร์รีบส่ายหัว สะบัดความคิดฟุ้งซ่านเมื่อครู่ออกไป ความเหงานี่มันก็แค่อารมณ์ชั่วครู่ เขาจะเอาอารมณ์ชั่ววูบมาตัดสินใจแบกรับชีวิตสัตว์ง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง
เด็กหนุ่มจ้องไปที่ดวงตาสีไพลินสดใสของเจ้าเหมียวในอ้อมแขน
ก่อนจะเบือนกลับไปที่ต้นคริสต์มาสเบื้องหน้า
เขาวางเจ้าแมวดำลงกับพื้น
ก่อนจะหยิบเอาแผ่นกระดาษออกมาจากกระเป๋าและเริ่มต้นเขียนคำขอ
---------------------------------------------------------
แว้บมาสั้นๆ ฮะ ;w;
ประมาณว่า เป็นเรื่องเพ้อๆ ก่อนวันคริสต์มาส
แล้วอาจจะมาอัพสรุปวันคริสต์มาสสั้นๆ ต่อเอนทรี่ย์หน้าฮะ